ข้ามไปยังเนื้อหา
โมเดล BIM ภายในห้องชุด แสดงแนวท่อสุขาภิบาล ท่อระบายอากาศ และท่อร้อยสายไฟที่ต้องประสานกับชุดครัวและเฟอร์นิเจอร์ Built-in
blog

ความสำคัญของ BIM Model ในงาน Built-in Furniture และงาน Casework

m

manipa bunchari

User

คอนโดมิเนียมแข่งกันที่การใช้พื้นที่จำกัดให้คุ้มค่าที่สุด ตู้เสื้อผ้า ชุดครัว และเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ออกแบบดีจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ แต่งานเหล่านี้ต้องประสานกับงานระบบอาคารเสมอ และควรตรวจด้วยโมเดล BIM ตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง

คอนโดมิเนียมเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่เน้นความสะดวกสบายในการใช้พื้นที่ มีออปชันต่างๆ ติดตั้งมาพร้อมห้องชุด และต้องบริหารพื้นที่ที่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า ชุดครัว หรือเฟอร์นิเจอร์ Built-in อื่นๆ งานออกแบบจากนักออกแบบชั้นนำที่ทันสมัยและเหมาะกับพื้นที่จำกัด จึงกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ใช้ตัดสินใจเลือกซื้อห้อง

HOOK BIM Team วางมาตรฐานให้รวมโมเดล BIM (Combine BIM Model) ของงานเฟอร์นิเจอร์ Built-in และตรวจด้วย Clash Detection ก่อนการก่อสร้างทุกครั้ง

งานเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ห้องเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องประสานกับงานระบบประกอบอาคาร (M&E Engineering Integration) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ งานระบบที่พบบ่อยและนิยมใช้การทำโมเดลเข้ามาประสานในช่วงก่อนก่อสร้าง (Pre-Construction) ได้แก่

งานระบบสุขาภิบาล (Sanitary Engineering System)

ต้องรับน้ำทิ้งทั้งจากซิงก์ล้างจาน (Waste) และเครื่องซักผ้า (Laundry) ซึ่งมักออกแบบรวมอยู่กับชุดครัวของห้องชุด โดยปกติท่อระบายน้ำขนาด 2–3 นิ้วต้องติดตั้งอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ได้ความลาดเอียง (Slope) ที่ระบายน้ำไปยังท่อเมนในช่องท่อ (Riser Shaft) ได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม

งานระบบระบายอากาศ (Air Ventilation System)

เมื่อมีการประกอบอาหาร ระบบระบายอากาศแบบใช้เครื่องกล (Active Ventilation) อย่างเครื่องดูดควันก็จำเป็นอย่างยิ่ง และต้องมีท่อที่ระบายควันและกลิ่นอาหารออกจากห้องชุดได้ทันที

งานระบบไฟฟ้า (Electrical Engineering)

ไฟฟ้ากำลัง (Power) เข้ามาที่ห้องแล้วจ่ายต่อไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ สิ่งสำคัญที่มักซ่อนอยู่ในชุดครัวคือตู้ควบคุมไฟฟ้า (Consumer Unit) ซึ่งต้องการพื้นที่ทั้งสำหรับตัวตู้และสายไฟหลายขนาดหลายเส้นที่เดินมาตามท่อร้อยสาย (Conduit) ตำแหน่งตู้ต้องพ้นมือเด็กและบำรุงรักษาได้ง่ายในเวลาเดียวกัน

ชุดครัวปัจจุบันยังมีเต้ารับ (Power Outlet) ฝังอยู่ตามฟังก์ชันการใช้งานที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ชุดครัวและตู้ Casework จึงจำเป็นต้องมีท่อร้อยสายทั้งด้านบนและด้านหลัง

งานระบบไฟฟ้าสื่อสารและระบบ IoT

นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ชุดนี้ยังใช้เก็บอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์บ้านและเราเตอร์อินเทอร์เน็ต (Internet Router) การออกแบบจึงต้องคำนึงถึงตำแหน่งและรัศมีการกระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน รวมถึงอุปกรณ์ IoT ด้วย

การขึ้นโมเดลเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ใน 3 มิติยังต้องกำหนดการใช้งาน (Operation) ไว้ด้วย เช่น ทิศทางการเปิดบาน (Swing) เพื่อให้ผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการเห็นว่ายังใช้งานได้จริงหรือไม่ ซึ่งส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในแต่ละยูนิต ศีรษะกระแทกบานตู้เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยกับผู้พักอาศัย

อย่างไรก็ตาม แบบงานเหล่านี้มักเริ่มต้นจากผู้ออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Designer) แล้วให้ผู้รับเหมางานพิเศษ (Special Work) ถอดแบบและผลิตชิ้นงานก่อนนำมาติดตั้ง (Prefabrication and Installation) กว่าจะได้รวมโมเดลงานเหล่านี้ก็มักล่วงเลยไปถึงช่วงงานหน้างานแล้ว การทำโมเดล BIM ตั้งแต่ช่วงก่อนก่อสร้างจึงเป็นประโยชน์ต่อโครงการอย่างยิ่ง HOOK มีทีม Production ที่ช่วยให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้นและเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ขอเชิญทุกท่านเยี่ยมชมบริการ Interior BIM Modeling by HOOK