
เทคนิคการทำโมเดล BIM สำหรับอาคารสูง (BIM Modeling Technique for High-Rise Buildings)
thotsaporn hiruntammaporn
Userอาคารสูงเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาวางแผนและออกแบบนาน การทำ BIM อาคารสูงจึงต้องแบ่งองค์ประกอบของโมเดลอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อตอบโจทย์ BIM Uses ที่โครงการเลือกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลายคนอาจสงสัยว่าจะสร้างโมเดลขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนและมีข้อมูลมหาศาลได้อย่างไร บางโครงการใหญ่มีไฟล์โมเดลขนาดตั้งแต่ 1 GB ขึ้นไป ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์มากขึ้นตามไปด้วย วิธีที่นิยมใช้กับโมเดลขนาดใหญ่วิธีหนึ่งคือการแบ่งส่วน (Phases) ในการสร้างโมเดล หรือที่เราเรียกว่า Link Model โดยแบ่งโครงการออกเป็นส่วนๆ ก่อน แล้วค่อยนำแต่ละส่วนมารวมกันจนเป็นโมเดลขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์เพียงโมเดลเดียว ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น โครงการ A มี 5 อาคารบนพื้นที่ 3 ไร่ เราจะแบ่ง 5 อาคารออกเป็น 5 ไฟล์ แล้วลิงก์เข้ากับไฟล์ที่ดิน (Main Model) เมื่อต้องการเพิ่มข้อมูลก็เปิดเข้าไปทำในไฟล์ของแต่ละอาคารได้ วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาเปิดไฟล์และใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์น้อยลงด้วย
วิธีที่สองที่นิยมใช้คือ Worksharing ซึ่งแบ่งข้อมูลในโมเดลออกเป็นสัดส่วนลงใน Workset เพื่อควบคุมปริมาณข้อมูลที่ฮาร์ดแวร์ต้องประมวลผลให้น้อยลง ทำให้ทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น ตัวอย่างการใช้ Workset มีดังนี้
อาคาร B สูง 10 ชั้น โดยชั้น 2–5 มีรูปแบบเหมือนกัน และชั้น 6–10 มีรูปแบบเหมือนกัน เราจึงสร้าง Workset ได้ 3 ชุด คือ ชั้น 1, ชั้น 2–5 และชั้น 6–10
เมื่อทำงานอยู่ที่ชั้น 6 เราปิด Workset ของชั้น 1 และชั้น 2–5 ได้ คอมพิวเตอร์จะไม่ต้องใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ประมวลผลข้อมูลส่วนที่เราไม่ได้ทำงานอยู่
ที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างวิธีทั่วไปในการสร้างโมเดลอาคารที่มีข้อมูลขนาดใหญ่ บางครั้งเราอาจไม่มีงบประมาณมากพอจะอัปเกรดฮาร์ดแวร์ให้รองรับโมเดลขนาดใหญ่ แต่หากเข้าใจการทำงานของ Link และ Worksharing ก็จะทำงานขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีทั้งต่อผู้ทำงานและผู้ร่วมงาน