ข้ามไปยังเนื้อหา
ภาพประกอบทีมงานออกแบบทำงานร่วมกันบนคอมพิวเตอร์ ล้อมรอบด้วยโมเดลอาคารและไอคอนข้อมูลดิจิทัล
blog

ISO 19650 Part 1–2: บริหารโครงการ BIM อย่างมืออาชีพ

t

thongchad boonyou

Admin

ISO 19650 คือชุดมาตรฐานสากลที่ให้แนวทางการจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิตของโครงการก่อสร้างด้วย Building Information Modeling (BIM) บทความนี้สรุปสองส่วนหลัก คือ ISO 19650-1 และ ISO 19650-2

ISO 19650 คือชุดมาตรฐานสากลที่ให้แนวทางการจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์ที่สร้างขึ้น (Built Asset) โดยใช้ Building Information Modeling (BIM) ซึ่งเป็นการแสดงลักษณะทางกายภาพและการใช้งานของอาคารในรูปแบบดิจิทัล บทความนี้จะสรุปสองส่วนหลักของมาตรฐาน ได้แก่ ISO 19650-1 และ ISO 19650-2

ISO 19650-1: แนวคิดและหลักการ

ส่วนนี้วางแนวคิดและหลักการของการจัดการข้อมูลในอุตสาหกรรมก่อสร้างด้วย BIM กำหนดกรอบการใช้ BIM แบบทำงานร่วมกัน (Collaborative) และระบุข้อกำหนดในการจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์ ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • บทบาทและความรับผิดชอบ (Roles and Responsibilities): กำหนดบทบาทและหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้าง เช่น ผู้ว่าจ้าง (Client) ผู้รับจ้างหลัก (Lead Appointed Party) ผู้รับจ้าง (Appointed Party) ผู้จัดการข้อมูล (Information Manager) และผู้จัดการข้อมูลของทีมงาน (Task Information Manager)
  • กระบวนการจัดการข้อมูล (Information Management Processes): ISO 19650-1 วางกระบวนการจัดการข้อมูล ครอบคลุมการจัดทำข้อมูล (Information Production) การแบ่งปันข้อมูล (Information Sharing) และการส่งมอบข้อมูล (Information Handover)
  • แผนการดำเนินงาน BIM (BIM Execution Plan: BEP): มาตรฐานเน้นความสำคัญของ BEP ซึ่งเป็นเอกสารกำหนดกระบวนการ ขั้นตอน และมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตลอดโครงการ

ISO 19650-2: ช่วงส่งมอบสินทรัพย์ (Delivery Phase)

ส่วนนี้ให้รายละเอียดข้อกำหนดการจัดการข้อมูลในช่วงลงทุนและส่งมอบ (Capital/Delivery Phase) ของสินทรัพย์ โดยต่อยอดจากหลักการใน ISO 19650-1 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • วงจรการส่งมอบข้อมูล (Information Delivery Cycle): กำหนดวงจรการส่งมอบข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการวางแผน การจัดทำ การตรวจรับรองคุณภาพ (Assurance) และการตอบกลับ (Response)
  • ข้อกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Exchange Information Requirements: EIR): ISO 19650-2 เน้นการกำหนด EIR ให้ชัดเจน ว่าต้องการข้อมูลอะไร เมื่อไร และในรูปแบบใด

ท้ายที่สุด การนำมาตรฐานไปใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและรูปแบบการทำงานของแต่ละโครงการ รวมถึงผู้ร่วมงานทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าจ้าง (Appointing Party) ผู้รับจ้างหลัก (Lead Appointed Party) หรือผู้รับจ้าง (Appointed Party) การทำงานตามมาตรฐานต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายตลอดทั้งโครงการ