
BIM Manager คือใคร และสำคัญต่อโครงการก่อสร้างอย่างไร
thongchad boonyou
AdminBIM Manager เป็นตำแหน่งสำคัญของโครงการก่อสร้าง ตั้งแต่ช่วงเริ่มออกแบบ ระหว่างก่อสร้าง ไปจนถึงหลังเปิดใช้อาคาร
งานก่อสร้างแต่ละโครงการเกิดจากการรวมตัวของหลายฝ่ายที่นำความรู้ความสามารถเฉพาะด้านมาสร้างโครงการให้ดีที่สุด ทั้งสถาปนิก วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรงานระบบประกอบอาคาร ภูมิสถาปนิก เจ้าของโครงการ และที่ปรึกษาด้านอื่นๆ อีกมากตามประเภทของโครงการ เดิมทีการประสานงานคือการนำข้อมูลของแต่ละฝ่ายมาคุยกัน แลกเปลี่ยนผ่านสื่อหลายรูปแบบ ทั้งแบบ 2 มิติ โมเดล 3 มิติ ข้อความ หรือแม้แต่การพูดคุยปากเปล่า การประสานงานแบบเดิมจึงอาจคลาดเคลื่อนได้ ทั้งจากการตีความไปคนละทาง การใช้ข้อมูลคนละชุด หรือการสื่อสารระหว่างทีมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนทำให้งานของแต่ละฝ่ายขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกัน
กระบวนการทำงานด้วย BIM (Building Information Modeling) คือการใช้เครื่องมือเดียวกันผลิตทั้งงาน 2D และ 3D เพื่อให้แบบ 2 มิติที่นำไปใช้สอดคล้องกับโมเดล 3 มิติที่ฝ่ายอื่นเห็น และทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันทั้งโครงการ โปรแกรม BIM ที่วงการก่อสร้างไทยคุ้นเคยที่สุดคงหนีไม่พ้น Revit ของ Autodesk ซึ่งผู้ออกแบบทุกฝ่ายจะทำงานบน Cloud Platform เดียวกัน ทำให้การสื่อสารข้อมูลระหว่างทีมเกิดบนสื่อกลางเดียวกัน เป็นเวอร์ชันเดียวกันทุกฝ่าย และเป็นข้อมูลล่าสุดเสมอ แต่แม้ทุกฝ่ายจะทำงานบนแพลตฟอร์มและข้อมูลชุดเดียวกัน ก็ยังอาจเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่าย หรือมีบางประเด็นที่ถูกมองข้าม BIM Manager จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้
BIM Manager คือบุคคลหรือทีมที่นำโมเดลจากทุกฝ่ายมารวมกัน (Combine) เพื่อตรวจความขัดแย้งระหว่างโมเดล พร้อมควบคุมมาตรฐานของโมเดล วิธีการจัดทำ และผลลัพธ์ของกระบวนการ BIM ในแต่ละช่วง (Phase) ของโครงการ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่เจ้าของโครงการหรือฝ่ายอื่นจะนำโมเดลไปใช้ต่อ
การตรวจความขัดแย้งของโมเดลที่นำมารวมกันมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเด็นที่ต้องการตรวจ ดังนี้
Visual Check คือการตรวจความขัดแย้งของโมเดลหรือการออกแบบที่ไม่ได้เกิดจากวัตถุชนกัน หรือการตรวจความครบถ้วนและความถูกต้องของโมเดลแต่ละฝ่าย โดยตรวจด้วยตนเอง (Manual) เช่น แนวท่องานระบบที่เดินในโถงทางเดินทำให้ความสูงของทางเดินต่ำกว่า 2.10 เมตรตามที่กฎหมายกำหนด การตรวจลักษณะนี้ BIM Manager ต้องมีความรู้ความเข้าใจในประเด็นที่ต้องตรวจ และรู้ว่าจุดใดมีโอกาสเกิดปัญหา
Clash Detection คือการตรวจการชนกันของวัตถุด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อหาแนว ตำแหน่ง ระยะ หรือขนาดที่ขัดแย้งกันของวัตถุตั้งแต่สองชิ้นขึ้นไป เช่น แนวท่องานระบบชนคานโครงสร้าง การตรวจแบบนี้ BIM Manager ต้องกำหนดคู่ Clash หรือคู่วัตถุที่หากชนกันแล้วจะเป็นปัญหา เพื่อให้คอมพิวเตอร์แสดงผลการชนกันตามเงื่อนไขที่กำหนด
การรวมและตรวจโมเดลตามที่กล่าวมา นอกจากจะช่วยลดความขัดแย้งของแบบจากผู้ออกแบบแต่ละฝ่ายแล้ว ยังช่วยให้เจ้าของโครงการหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจเห็นภาพชัดกว่าการอธิบายปากเปล่าหรือการดูแบบ 2 มิติ และเข้าใจปัญหาได้รอบด้าน นำไปสู่การตัดสินใจแก้ปัญหาตั้งแต่ช่วงออกแบบ การรวมโมเดลจากทุกฝ่ายยังเปรียบเสมือนการจำลองการก่อสร้างจริงในคอมพิวเตอร์ก่อน เพื่อให้ทุกปัญหาที่พบได้รับการแก้ไขและตัดสินใจ ทำให้การก่อสร้างจริงลดได้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายจากปัญหาที่อาจถูกพบภายหลัง